วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ส้มเขียวหวาน

ส้มเขียวหวาน






                ส้มเขียวหวานเป็นผลไม้ที่มีรสหวานอมเปรี้ยว ซึ่งดิฉันก็ชอบรับประทานเป็นอย่างมากเพราะมันอร่อยและมีวิตามินเอสูงมาก ตามด้วยวิตามินซีที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมากมาย และเสริมสร้างคอลลาเจนช่วยทำให้แผลหายเร็วและสวยขึ้นได้ด้วยค่ะ
          ส้มเขียวหวานช่วยบำรุงผิวพรรณให้สวยเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลผิวเกลี้ยงเกลา และสดชื่น ขจัดความหมองคล้ำ และชะลดการเกิดริ้วรอย นิยมกินผลสด นำมาทำเป็นเครื่องดื่ม และเป็นส่วนผสมในการบำรุงผิวภายนอกช่วยเป็นยาระบายอ่อนๆ ในเปลือกผิวส้มมีน้ำมันหอมระเหยช่วยแก้วิงเวียนศีรษะ  ใช้รักษาและป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน เปลือกผลแห้งจะมีน้ำมันหอมระเหย ซึ่งน้ำมันหอมระเหยนี้สามารถสกัดออกมาเพื่อใช้แต่งกลิ่นยาและมีฤทธิ์ขับลม นอกจากนี้เปลือกผลแห้งเมื่อนำมาจุดไฟจะมีกลิ่นหอมและสามารถไล่ยุงได้ดี





          ลักษณะของต้นเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 8เมตร ใบเป็นใบประกอบลดรูป มีใบย่อยใบเดียวเรียงสลับใบย่อยเป็นรูปไข่ กว้างประมาณ 3-4 เซนติเมตร ยาว 5-8 เซนติเมตร ปลายใบแหลมมีสีเขียวเป็นมัน มีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ทั่วไป ก้านใบมีครีบเล็กๆ ดอกเป็นสีขาวออกเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อสั้นๆ  ตามซอกใบและปลายกิ่งมีกลีบเลี้ยง กลีบ กลีบดอก กลีบ มีกลิ่นหอม ผลมีรูปกลมแป้นขนาด 3-5 เซนติเมตร (เส้นผ่านศูนย์กลาง) ผิวเรียบ มีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ทั่วไป เมื่อแก่จัดมีสีเขียวอมเหลือง ผิวบาง ภายในมีลักษณะเป็นกลีบหลายกลีบแยกออกจากกันได้ง่าย ผนังของกลีบบาง เนื้อในมีสีส้มบรรจุอยู่ในถุงน้ำหวานขนาดเล็กจำนวนมาก เมล็ดเป็นรูปกลมรีสีขาว การขยายพันธุ์ทำโดยใช้ตอนกิ่ง ทาบกิ่ง หรือใช้เมล็ด

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เวสป้า สุดยอดตำนานรถคลาสสิค



ถามว่าทำไหมถึงชอบถึงรัก ???
เพราะว่ามันสวยมีรูปทรงที่ไม่เหมือนใครและไม่ค่อยมีแล้วในปัจจุบันคนส่วนมากมักหันมาขี่รถรุ่นแบบใหม่กันเยอะมักมองข้ามรถรุ่นเก่าที่มีรูปแบบสวยงามแต่ที่สำคัญรถรุ่นเก่ามักมีราคาแพงกว่ารถบ้างรุ่นในสมัยนี้   วัยรุ่นสมัยนี้มักหันมามองรถรุ่นเก่ามากกว่าเพราะใจรักหรือว่าตามกระแสก็ไม่รู้

       จักรยานยนต์ หรือ มอเตอร์ไซค์ (อังกฤษ: motorcycle หรือ motorbike) คือยานพาหนะสองล้อที่ใช้เครื่องยนต์หรือมอเตอร์ในการขับเคลื่อน ประเภทของจักรยานยนต์ขึ้นอยู่กับลักษณะการออกแบบใช้งาน เช่น ระยะทาง สภาพจราจร การท่องเที่ยว กีฬา และ การแข่งขัน เป็นต้น



          หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 Piaggio ที่แต่เดิมมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนของเรือและส่วนเครื่องบินหันมาผลิตเครื่อง ยนต์แบบง่ายในแบบ Four - Part P 108 ให้กับรถเวสป้า ที่โรงงาน Pontedera จึงเกิดความคิดที่สร้างยานพาหนะเล็ก ๆไว้เดินทางขนส่งและสำรวจใน โรงงานคือ MP5 หรือโดนัลดัค ซึ่งในรุ่นนี้ทำจากซากชิ้นส่วนของเครื่องบิน มันคือ Scooter รถจักรยานยนต์คันเล็ก ๆ ที่มีล้อต่ำ ๆ ช่วยต่อการขับขี่ไม่สิ้นเปลืองน้ำมันและราคาไม่แพง  ในเดือนธันวาคมปีค.ศ. 1945 รถเวสป้ารุ่น MP6 ก็ถูกผลิตออกมาด้วยองค์ประกอบหลายอย่างที่สะดวกสบาย มีล้ออะไหล่ซึ่งขับขี่แบบง่ายๆถ้าในเวลาขับขี่รถติดก็มีที่กำบังกันน้ำ กระเด็นใส่ Enrico ได้ฟังเสียงรถ MP6 เขาร้องออกมาว่า"มันเหมือนตัวต่อ ร้องเลย" ตั้งแต่นั้นมาEnrico ก็เลยให้ชื่อเสียงเรียงนามเรียกรถนี้ว่า Vespa ซึ่งแปลว่าตัวต่อ (Wasp)




           รุ่นแรกมี scooterขนาดเล็กที่ใช้โครงสร้างตัวถังแบบชั้นเดียวแทน หลังจากผลิตรถรุ่นดังกล่าวได้ประมาณ 100 คัน จากนั้นจึงลงมือผลิตรุ่นที่ใช้ชื่อว่า Vespa (Wasp) ออกมารถรุ่นนี้มีความก้าวหน้ามากทั้งในด้านรูปทรงและ ด้านวิศวกรรม ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นต้นแบบของVespa ที่มีการวางจำหน่ายในท้องตลาดจนถึงกลางทศวรรษ1990 scooter รุ่นแรกที่มีขนาดเครื่องยนต์เพียง 98cc.ต่อมาได้มีการพัฒนาให้มีขนาด 125cc. 150cc.และ 200cc. ตามลำดับ
สำหรับคนที่เล่นพวกรถคลาสสิคพวกนี้น่าจะมีกำลังทรัพย์มากพอสมควรนะ เพราะไหนจะค่าอะไหล่รถ ซึ่งบางอย่างก็หายาก ค่าแต่งรถ หรือบางทีอาจโดนใบสั่งจากตำรวจอีกเพราะเวสป้าบางคันมันก็ไม่มีทะเบียนซึ่งก็ เสี่ยงที่จะถูกตำรวจยึดไปเหมือนกัน” ในประเทศไทย Piaggio Group มีตัวแทนจำหน่ายรถเวสป้า ดำเนินธุรกิจโดย บริษัท ไทยเจริญ อะไหล่ยนต์ จำกัด
มะม่วง"แรด"




หลายคน มองหาช่องทางทำกิน อยากให้แนะนำมะม่วงชนิดที่เป็นพันธุ์ปลูกแล้วเก็บผลขายได้ เป็นที่นิยมรับประทานแบบต่อเนื่อง ซึ่งดิฉันพิจารณาแล้ว พบว่ามะม่วงแรด” หรือที่ชาวสวนเรียกกันว่า มะม่วงน้ำปลาหวาน” น่าจะอยู่ในหลักเกณฑ์ดังกล่าว เพราะมะม่วงน้ำปลาหวานเป็นอาหารว่างยอดนิยมของคนไทยทั่วไป และส่วนใหญ่ที่แม่ค้านำมาขายจะเป็น มะม่วงแรด” ทั้งสิ้น เนื่องจากรสชาติดี ให้เนื้อเยอะ รับประทานอร่อย ต้นทุนไม่แพงนัก ถ้าหากใครคิดจะปลูกมะม่วงเพื่อเก็บผลขาย เชื่อว่า มะม่วงแรด” น่าจะทำเงินได้แน่นอน


ที่สำคัญ มีอีกอย่างหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้เกี่ยวกับ มะม่วงแรด” คือ นอกจากผลดิบหรือผลแก่จัดจะรับประทานเป็นมะม่วงมันเปล่าๆ หรือทำมะม่วงน้ำปลาหวานอร่อยแล้ว ผลสุกของ มะม่วงแรด” ยังมีรสหวานรับประทานได้อร่อยอีกด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเนื้อจะเหนียว ไม่เละ ไม่มีเสี้ยนติดร่องฟันให้รู้สึกรำคาญเวลารับประทาน


มะม่วงแรด อยู่ในวงศ์ ANACARDIACEAE เป็นไม้ยืนต้น สูง 15-20 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาเยอะ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเวียนสลับเป็นคู่ๆหนาแน่นบริเวณปลายกิ่ง ปลายใบแหลม โคนใบมน เนื้อใบค่อนข้างหนา แข็ง ผิวใบเรียบ หน้าใบเป็นสีเขียวสด เป็นมัน หลังใบเป็นสีเขียวด้าน ใบดกให้ร่มเงาดีมาก




ดอก ออกเป็นช่อแบบแยกแขนงช่อที่ปลายกิ่ง แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก ดอกเป็นสีเหลืองอ่อน หรือสีเหลืองนวล มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เมื่อดอกแก่จะมีน้ำหวานจำนวนมากหยดลงสู่พื้นใต้โคนต้น คนที่ไม่รู้จะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นยางมะม่วง ซึ่งในช่วงดังกล่าวหากใครเอาสิ่งของ หรือรถยนต์ไปจอดหรือวางใต้โคนต้น จะถูกน้ำหวานดังกล่าวที่มีลักษณะเหนียวหนึบหยดลงมาติดทำให้เสียหายได้ ดังนั้น ในช่วงที่ต้นมะม่วงมีดอกจึงต้องระวังในจุดนี้

ผล ของ มะม่วงแรด” รูปกลมรี อ้วนและโหนกนูน ผลใหญ่เต็มที่มีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ระหว่าง ผลต่อ 1กิโลกรัม ผลดิบสีเขียว มีนวลขาวเมื่อแก่จัด รสชาติเปรี้ยวนิดๆปนหวานมันกรอบอร่อยมาก รับประทานเดี่ยวๆอร่อยฉ่ำน้ำดี นิยมทำมะม่วงน้ำปลาหวานได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง ผลสุกเป็นสีเหลือง เนื้อแน่น เหนียว รสหวานไม่มีเสี้ยน เวลาติดผลจะเป็นพวง 4-6 ผลต่อพวง มีผลปีละครั้ง ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง และทาบกิ่งได้ด้วยค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ศูนย์การเรียนรู้ ภูมิปัญญาชาวกูย สำโรงทาบ


                                                 ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาชาวกูย สำโรงทาบ


คำขวัญอำเภอสำโรงทาบ  สำโรงทาบเมืองราบลุ่ม
ชุ่มชื่นผืนนากว้างใหญ่  ภาคภูมิใจผ้าไหมย้อมมะเกลือ
งดงามเหลือ  รำแกลมอ

Wisdom of Kui Learning  Tenter
บ้านใหม่ศรีสำโรง หมู่ 6 ต.สำโรงทาบ
อำเภอสำโรงทาบ  จังหวัดสุรินทร์
สนับสนุนโดย  กศน.อำเภอสำโรงทาบ
สำนักงาน กศน.จังหวัดสุรินทร์
โทรศัพท์ 0-4456-9402, 0-4456-9445

ศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาชาวกูย

ประวัติความเป็นมา      
          ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาชาวกูยตั้งอยู่ที่บ้านใหม่ศรีสำโรง หมู่ที่ 6 ตำบลสำโรงทาบ อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ เป็นแหล่งเรียนรู้การทอผ้าไหม การย้อมไหมสีธรรมชาติด้วยมะเกลือ การแซวผ้าและรับตัดชุดผ้าไหมพื้นเมืองชาวกูย เสื้อแซวและชุดทั่วไป โดยมีนางปราณี ดวงรัตน์ เป็นผู้ริเริ่มและผลักดัน โดยการพัฒนา ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอยู่แต่โบราณนำมาประยุกต์ใช้เช่นการทอผ้าไหมลายลูกแก้วย้อมด้วยมะเกลือภาษากูยเรียกว่า ผ้าเก็บหรือผ้าเหยียบ ชาวกูยโบราณนิยมสวมใส่เพราะเป็นผ้าสีดำ หรือนิยมสวมใส่ในการทำพิธีรักษาคนไข้ สะเดาะเคราะห์เพื่อให้หายจากการเจ็บป่วย ภาษากูยเรียกว่า “การรำแกลมอง ปัจจุบัน เป็นแหล่ง เรียนรู้และจำหน่ายผ้าไหม การย้อมไหมสีธรรมชาติด้วยมะเกลือ การแซวและรับตัดชุดผ้าไหมพื้นเมืองชาวกูย เสื้อแซว ชุดทั่วไป
 



 
ผลิตภัณฑ์เด่นของบ้านใหม่ศรีสำโรง
1. ผ้าไหมย้อมมะเกลือ
การย้อมผ้าไหมมะเกลือ คือ “ภูมิปัญญาเลาะไปรบ๊อกลือ(การย้อมผ้าไหมลายลูกแก้วด้วยมะเกลือ) ลูกมะเกลือเป็นผลไม้ป่าชนิดหนึ่งมีคุณสมบัตินำมาย้อมสีผ้าไหมได้สีดำธรรมชาติ มีความนิ่ม หอม ใช้ทน อยู่นาน เป็นภูมิปัญญาชายกูย ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ

กระบวนการขั้นตอน
1. นำลูกมะเกลือที่เตรียมไว้มาตำให้ละเอียด ใส่น้ำเปล่าในกะละมังพอประมาณ แล้วคนให้เข้ากันกับมะเกลือที่ตำไว้
ลูกมะเกลือ


ตำลูกมะเกลือให้ละเอียด

2. นำผ้าไหมลายลูกแก้วที่เตรียมไว้มาใส่ในกะละมังน้ำเกลือที่ผสมไว้คนให้เข้ากันหายๆรอบ จากนั้นนำขึ้นตากแดดแรงๆ ให้แห้งแล้วนำมาย้อมเหมือนเดิม นำขึ้นตากแดดทำให้ได้วันละ 4-5 ครั้ง ซึ่งต้องตากประมาณ 10 วัน ถึงจะได้ผ้าไหมที่สีดำธรรมชาติ 
ต้มผ้าไหม
นำผ้าไหมมาตากแดด



3. นำผ้าไหมที่ย้อมมาต้มไฟใช้ความร้อน 100 องศา ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วนำไปหมักโคลนประมาณ 3 ชั่วโมง
4. นำผ้าที่ได้จากการตากแดดมาล้างออกด้วยน้ำสะอาดจนกระทั่งไม่มีสีตกออกมา จากนั้นนำขึ้นไปตากแดด แล้วนำมารีดไว้ใช้และบรรจุเพื่อจำหน่ายในโอกาสต่อไป
 
                                       




                                           




อัตลักษณ์/จุดเด่นของผลิตภัณฑ์
     ผ้าไหมลายลูกแก้วย้อมมะเกลือ เป็นผ้าไหมที่ได้จากการเยงเอง และทอด้วยมือของคนในกลุ่ม ผ่ายกรรมวิธีย้อมสีดำโดยใช้ผลมะเกลือ
การนำไปใช้ประโยชน์
-ตัดเย็บสวมใส่ในสไตล์สากล เช่น เสื้อ กระโปรง กางเกงฯ
-ทำเป็นเครื่องประดับ เช่น เนคไท ผ้าพันคอและกระเป๋ารูปแบบต่างๆ
-ตุ๊กตาชาวกูย ที่มีความหอมของว่านเราะหอม




2. การแซวผ้าไหมชาวกูย (แซวฮับ)
          การแซว คือ การนำเส้นไหมที่ควั่นเข้าด้วยกัน ซึ่งมีสีสันที่สวยงามนำมาแซวตะเข็บด้วยมือเป็นลวดลายบนผืนผ้า โดยมีอุปกรณ์ คือ เข็มทองและไม้ขึงผ้า ซึงเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ไม่ซ้ำกับชนชาติใด

ความเป็นมาเสื้อแซว
          ชาวกูย อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ เป็นชุมชนหนึ่งที่มีวัฒนธรรมเกี่ยวกับการแซวผ้า เป็นมรดกสืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การแซวผ้ามีมาตั้งแต่สมัย โบราณ เนื่องจากในอดีตยังไม่มีเครื่องจักร จึงใช้มือในการประดิษฐ์ เย็บและตกแต่งผ้าในการสวมใส่ เพื่อให้ได้ผ้าติดกันโดยวิธีการเย็บเป็นลวดลายต่างๆ ซึ่งลวดลายบนผืนผ้าจะเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิต ความเชื่อ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวกูย การแซวผ้านอกจากจะใช้เป็นเครื่องนุ่งห่มแล้ว ยังนำมาใช้ประกอบพีธีกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวกูย
          เสื้อแซวของชาวกูย (ชาวส่วย) เป็นลักษณะเฉพาะ ซึ่งชาวบ้านนิยมนำมาใส่กับผ้าถุง ที่เรียกว่า ผ้ากะวี ซึ่งเป็นผ้าที่ทอมาจากไหม ในการแต่งกายทั้งชุดจะประกอบด้วยผ้าถุงลายเข็น (กะวี) ที่ต่อหัวซิ่น (เอวผ้าถุง) ชายผ้าถุง (ตีนซิ่น) บางครั้งอาจมีสไบพาดบ่าด้วย





กระบวนการขั้นตอน
1.เลือกเส้นไหมที่ควั่นแล้ว ตามสีที่ต้องการแซว ร้อยเส้นไหมเข้ากับเส้นเข็มทอง



2.นำผ้าไหมายลูกแก้วย้อมมะเกลือ (ผ้าเก็บ) มาออกแบบเสื้อและตัดตามแบบที่ต้องการ
3.นำชิ้นผ้าที่ได้ในแต่ละส่วนมาประกอบกันแล้วสอดตามรูปแบบที่ต้องการ บางลายสามารถทำได้โดยไม่ต้องใส่ไม้ขึงผ้า แต่บางลายต้องใส่ไม้ขึงผ้า



4.นำกาวใส่ไม้ขึงผ้า (กลั๊ดผ้า) เพื่อยึดให้ผ้าตึงช่วยในการแซวเสื้อ ทำได้สะดวกและรวดเร็ว สวยงาม

อัตลักษณ์/จุดเด่นของผลิตภัณฑ์
     เสื้อแซว เป็นเสื้อที่ทำจากผ้าไหมลายลูกแก้วย้อมมะเกลือและนำผ้าที่ได้มาตัดเย็บในรูปแบบต่างๆ แล้วแซวตะเข็บเสื้อด้วยเส้นไหมที่ควั่นเข้าด้วยกัน ซึ่งมีสีสัน งดงาม โดยในเสื้อหนึ่งตัวจะมีลายที่แซวประมาณ 4-5 ลาย ปัจจุบันสามารถประยุกต์ดัดแปลงแซวเสื้อตามแบบที่ผู้บริโภคต้องการ และยังคงเป็นภูมิปัญญาสืบทอดจนถึงปัจจุบัน

การนำไปใช้ประโยชน์
-นำไปสวมใส่ในโอกาสต่างๆ



 


มาตรฐาน/รางวัลที่ได้รับ
1.คัดสรรผลิตภัณฑ์ OTOP ปี 2552 ได้ระดับ 4 ดาว
2.ได้รับรางวัลชมเชยอันดับ 2 ประเภทหน่วยงานภาคเอกชนการประกวดการประดับธงชาติระดับจังหวัด ประจำปี 2553
3.ได้รับรางวัลประเภทภูมิปัญญาดีเด่นระดับภาคประจำปี 2553 จากสำนักงาน กศน.

ผลสำเร็จที่เกิดขึ้น
1.บ้านใหม่ศรีสำโรง หมู่ที่ 6 ตำบลสำโรงทาบ อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ เป็นที่จักของคนทั่วไป
2.เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับบุคคลภายนอก/ชุมชนอื่นได้มาเรียนรู้และศึกษาดูงาน

แหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์
ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาชาวกูย บ้านใหม่ศรีสำโรง
บ้านเลขที่ 36 หมู่ 6 ตำบลศรีสำโรง อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์
ประธานกลุ่ม นางปราณี ดวงรัตน์
โทรศัพท์ 085-0255770, 080-1056282






สมาชิกในกลุ่ม
   1. นางสาวเสาวลักษณ์  ฉัตรทัน  55125460307
2. นางสาวหนึ่งฤทัย  นิลแก้ว   55125460318
 3. นางสาวอภิญญา  สุขเหลือ  55125460333