ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาชาวกูย
สำโรงทาบ
คำขวัญอำเภอสำโรงทาบ
สำโรงทาบเมืองราบลุ่ม
ชุ่มชื่นผืนนากว้างใหญ่
ภาคภูมิใจผ้าไหมย้อมมะเกลือ
งดงามเหลือ รำแกลมอ
Wisdom of Kui Learning Tenter
บ้านใหม่ศรีสำโรง หมู่ 6 ต.สำโรงทาบ
อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์
สนับสนุนโดย กศน.อำเภอสำโรงทาบ
สำนักงาน กศน.จังหวัดสุรินทร์
โทรศัพท์ 0-4456-9402, 0-4456-9445
ศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาชาวกูย
ประวัติความเป็นมา
ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาชาวกูยตั้งอยู่ที่บ้านใหม่ศรีสำโรง
หมู่ที่ 6
ตำบลสำโรงทาบ อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ เป็นแหล่งเรียนรู้การทอผ้าไหม
การย้อมไหมสีธรรมชาติด้วยมะเกลือ การแซวผ้าและรับตัดชุดผ้าไหมพื้นเมืองชาวกูย
เสื้อแซวและชุดทั่วไป โดยมีนางปราณี ดวงรัตน์ เป็นผู้ริเริ่มและผลักดัน
โดยการพัฒนา
ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอยู่แต่โบราณนำมาประยุกต์ใช้เช่นการทอผ้าไหมลายลูกแก้วย้อมด้วยมะเกลือภาษากูยเรียกว่า
ผ้าเก็บหรือผ้าเหยียบ ชาวกูยโบราณนิยมสวมใส่เพราะเป็นผ้าสีดำ
หรือนิยมสวมใส่ในการทำพิธีรักษาคนไข้ สะเดาะเคราะห์เพื่อให้หายจากการเจ็บป่วย
ภาษากูยเรียกว่า “การรำแกลมอง” ปัจจุบัน เป็นแหล่ง เรียนรู้และจำหน่ายผ้าไหม
การย้อมไหมสีธรรมชาติด้วยมะเกลือ การแซวและรับตัดชุดผ้าไหมพื้นเมืองชาวกูย
เสื้อแซว ชุดทั่วไป
ผลิตภัณฑ์เด่นของบ้านใหม่ศรีสำโรง
1. ผ้าไหมย้อมมะเกลือ
การย้อมผ้าไหมมะเกลือ คือ “ภูมิปัญญาเลาะไปรบ๊อกลือ”
(การย้อมผ้าไหมลายลูกแก้วด้วยมะเกลือ) ลูกมะเกลือเป็นผลไม้ป่าชนิดหนึ่งมีคุณสมบัตินำมาย้อมสีผ้าไหมได้สีดำธรรมชาติ
มีความนิ่ม หอม ใช้ทน อยู่นาน เป็นภูมิปัญญาชายกูย ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ
กระบวนการขั้นตอน
1. นำลูกมะเกลือที่เตรียมไว้มาตำให้ละเอียด
ใส่น้ำเปล่าในกะละมังพอประมาณ แล้วคนให้เข้ากันกับมะเกลือที่ตำไว้
 |
| ลูกมะเกลือ |
 |
| ตำลูกมะเกลือให้ละเอียด |
2. นำผ้าไหมลายลูกแก้วที่เตรียมไว้มาใส่ในกะละมังน้ำเกลือที่ผสมไว้คนให้เข้ากันหายๆรอบ
จากนั้นนำขึ้นตากแดดแรงๆ ให้แห้งแล้วนำมาย้อมเหมือนเดิม นำขึ้นตากแดด้ทำให้ได้วันละ 4-5 ครั้ง ซึ่งต้องตากประมาณ 10 วัน
ถึงจะได้ผ้าไหมที่สีดำธรรมชาติ
 |
| ต้มผ้าไหม |
 |
| นำผ้าไหมมาตากแดด |
3. นำผ้าไหมที่ย้อมมาต้มไฟใช้ความร้อน
100 องศา ประมาณ 1 ชั่วโมง
แล้วนำไปหมักโคลนประมาณ 3 ชั่วโมง
4. นำผ้าที่ได้จากการตากแดดมาล้างออกด้วยน้ำสะอาดจนกระทั่งไม่มีสีตกออกมา
จากนั้นนำขึ้นไปตากแดด แล้วนำมารีดไว้ใช้และบรรจุเพื่อจำหน่ายในโอกาสต่อไป
อัตลักษณ์/จุดเด่นของผลิตภัณฑ์
ผ้าไหมลายลูกแก้วย้อมมะเกลือ
เป็นผ้าไหมที่ได้จากการเยงเอง และทอด้วยมือของคนในกลุ่ม ผ่ายกรรมวิธีย้อมสีดำโดยใช้ผลมะเกลือ
การนำไปใช้ประโยชน์
-ตัดเย็บสวมใส่ในสไตล์สากล เช่น
เสื้อ กระโปรง กางเกงฯ
-ทำเป็นเครื่องประดับ เช่น เนคไท
ผ้าพันคอและกระเป๋ารูปแบบต่างๆ
-ตุ๊กตาชาวกูย
ที่มีความหอมของว่านเราะหอม
2. การแซวผ้าไหมชาวกูย (แซวฮับ)
การแซว
คือ การนำเส้นไหมที่ควั่นเข้าด้วยกัน ซึ่งมีสีสันที่สวยงามนำมาแซวตะเข็บด้วยมือเป็นลวดลายบนผืนผ้า
โดยมีอุปกรณ์ คือ เข็มทองและไม้ขึงผ้า ซึงเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น
ไม่ซ้ำกับชนชาติใด
ความเป็นมาเสื้อแซว
ชาวกูย
อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ เป็นชุมชนหนึ่งที่มีวัฒนธรรมเกี่ยวกับการแซวผ้า เป็นมรดกสืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
การแซวผ้ามีมาตั้งแต่สมัย โบราณ เนื่องจากในอดีตยังไม่มีเครื่องจักร
จึงใช้มือในการประดิษฐ์ เย็บและตกแต่งผ้าในการสวมใส่ เพื่อให้ได้ผ้าติดกันโดยวิธีการเย็บเป็นลวดลายต่างๆ
ซึ่งลวดลายบนผืนผ้าจะเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิต ความเชื่อ
วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวกูย การแซวผ้านอกจากจะใช้เป็นเครื่องนุ่งห่มแล้ว
ยังนำมาใช้ประกอบพีธีกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวกูย
เสื้อแซวของชาวกูย
(ชาวส่วย) เป็นลักษณะเฉพาะ ซึ่งชาวบ้านนิยมนำมาใส่กับผ้าถุง ที่เรียกว่า ผ้ากะวี
ซึ่งเป็นผ้าที่ทอมาจากไหม ในการแต่งกายทั้งชุดจะประกอบด้วยผ้าถุงลายเข็น (กะวี)
ที่ต่อหัวซิ่น (เอวผ้าถุง) ชายผ้าถุง (ตีนซิ่น) บางครั้งอาจมีสไบพาดบ่าด้วย
กระบวนการขั้นตอน
1.เลือกเส้นไหมที่ควั่นแล้ว
ตามสีที่ต้องการแซว ร้อยเส้นไหมเข้ากับเส้นเข็มทอง
2.นำผ้าไหมายลูกแก้วย้อมมะเกลือ (ผ้าเก็บ)
มาออกแบบเสื้อและตัดตามแบบที่ต้องการ
3.นำชิ้นผ้าที่ได้ในแต่ละส่วนมาประกอบกันแล้วสอดตามรูปแบบที่ต้องการ
บางลายสามารถทำได้โดยไม่ต้องใส่ไม้ขึงผ้า แต่บางลายต้องใส่ไม้ขึงผ้า
4.นำกาวใส่ไม้ขึงผ้า (กลั๊ดผ้า)
เพื่อยึดให้ผ้าตึงช่วยในการแซวเสื้อ ทำได้สะดวกและรวดเร็ว สวยงาม
อัตลักษณ์/จุดเด่นของผลิตภัณฑ์
เสื้อแซว
เป็นเสื้อที่ทำจากผ้าไหมลายลูกแก้วย้อมมะเกลือและนำผ้าที่ได้มาตัดเย็บในรูปแบบต่างๆ
แล้วแซวตะเข็บเสื้อด้วยเส้นไหมที่ควั่นเข้าด้วยกัน ซึ่งมีสีสัน งดงาม โดยในเสื้อหนึ่งตัวจะมีลายที่แซวประมาณ
4-5
ลาย
ปัจจุบันสามารถประยุกต์ดัดแปลงแซวเสื้อตามแบบที่ผู้บริโภคต้องการ
และยังคงเป็นภูมิปัญญาสืบทอดจนถึงปัจจุบัน
การนำไปใช้ประโยชน์
-นำไปสวมใส่ในโอกาสต่างๆ
มาตรฐาน/รางวัลที่ได้รับ
1.คัดสรรผลิตภัณฑ์ OTOP ปี 2552 ได้ระดับ 4 ดาว
2.ได้รับรางวัลชมเชยอันดับ 2 ประเภทหน่วยงานภาคเอกชนการประกวดการประดับธงชาติระดับจังหวัด ประจำปี 2553
3.ได้รับรางวัลประเภทภูมิปัญญาดีเด่นระดับภาคประจำปี
2553 จากสำนักงาน กศน.
ผลสำเร็จที่เกิดขึ้น
1.บ้านใหม่ศรีสำโรง หมู่ที่ 6
ตำบลสำโรงทาบ อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ เป็นที่จักของคนทั่วไป
2.เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับบุคคลภายนอก/ชุมชนอื่นได้มาเรียนรู้และศึกษาดูงาน
แหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์
ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาชาวกูย
บ้านใหม่ศรีสำโรง
บ้านเลขที่ 36
หมู่ 6 ตำบลศรีสำโรง อำเภอสำโรงทาบ
จังหวัดสุรินทร์
ประธานกลุ่ม นางปราณี ดวงรัตน์
โทรศัพท์ 085-0255770,
080-1056282
สมาชิกในกลุ่ม
1. นางสาวเสาวลักษณ์ ฉัตรทัน 55125460307
2. นางสาวหนึ่งฤทัย นิลแก้ว 55125460318
3. นางสาวอภิญญา สุขเหลือ 55125460333