วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ศูนย์การเรียนรู้ ภูมิปัญญาชาวกูย สำโรงทาบ


                                                 ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาชาวกูย สำโรงทาบ


คำขวัญอำเภอสำโรงทาบ  สำโรงทาบเมืองราบลุ่ม
ชุ่มชื่นผืนนากว้างใหญ่  ภาคภูมิใจผ้าไหมย้อมมะเกลือ
งดงามเหลือ  รำแกลมอ

Wisdom of Kui Learning  Tenter
บ้านใหม่ศรีสำโรง หมู่ 6 ต.สำโรงทาบ
อำเภอสำโรงทาบ  จังหวัดสุรินทร์
สนับสนุนโดย  กศน.อำเภอสำโรงทาบ
สำนักงาน กศน.จังหวัดสุรินทร์
โทรศัพท์ 0-4456-9402, 0-4456-9445

ศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาชาวกูย

ประวัติความเป็นมา      
          ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาชาวกูยตั้งอยู่ที่บ้านใหม่ศรีสำโรง หมู่ที่ 6 ตำบลสำโรงทาบ อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ เป็นแหล่งเรียนรู้การทอผ้าไหม การย้อมไหมสีธรรมชาติด้วยมะเกลือ การแซวผ้าและรับตัดชุดผ้าไหมพื้นเมืองชาวกูย เสื้อแซวและชุดทั่วไป โดยมีนางปราณี ดวงรัตน์ เป็นผู้ริเริ่มและผลักดัน โดยการพัฒนา ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอยู่แต่โบราณนำมาประยุกต์ใช้เช่นการทอผ้าไหมลายลูกแก้วย้อมด้วยมะเกลือภาษากูยเรียกว่า ผ้าเก็บหรือผ้าเหยียบ ชาวกูยโบราณนิยมสวมใส่เพราะเป็นผ้าสีดำ หรือนิยมสวมใส่ในการทำพิธีรักษาคนไข้ สะเดาะเคราะห์เพื่อให้หายจากการเจ็บป่วย ภาษากูยเรียกว่า “การรำแกลมอง ปัจจุบัน เป็นแหล่ง เรียนรู้และจำหน่ายผ้าไหม การย้อมไหมสีธรรมชาติด้วยมะเกลือ การแซวและรับตัดชุดผ้าไหมพื้นเมืองชาวกูย เสื้อแซว ชุดทั่วไป
 



 
ผลิตภัณฑ์เด่นของบ้านใหม่ศรีสำโรง
1. ผ้าไหมย้อมมะเกลือ
การย้อมผ้าไหมมะเกลือ คือ “ภูมิปัญญาเลาะไปรบ๊อกลือ(การย้อมผ้าไหมลายลูกแก้วด้วยมะเกลือ) ลูกมะเกลือเป็นผลไม้ป่าชนิดหนึ่งมีคุณสมบัตินำมาย้อมสีผ้าไหมได้สีดำธรรมชาติ มีความนิ่ม หอม ใช้ทน อยู่นาน เป็นภูมิปัญญาชายกูย ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ

กระบวนการขั้นตอน
1. นำลูกมะเกลือที่เตรียมไว้มาตำให้ละเอียด ใส่น้ำเปล่าในกะละมังพอประมาณ แล้วคนให้เข้ากันกับมะเกลือที่ตำไว้
ลูกมะเกลือ


ตำลูกมะเกลือให้ละเอียด

2. นำผ้าไหมลายลูกแก้วที่เตรียมไว้มาใส่ในกะละมังน้ำเกลือที่ผสมไว้คนให้เข้ากันหายๆรอบ จากนั้นนำขึ้นตากแดดแรงๆ ให้แห้งแล้วนำมาย้อมเหมือนเดิม นำขึ้นตากแดดทำให้ได้วันละ 4-5 ครั้ง ซึ่งต้องตากประมาณ 10 วัน ถึงจะได้ผ้าไหมที่สีดำธรรมชาติ 
ต้มผ้าไหม
นำผ้าไหมมาตากแดด



3. นำผ้าไหมที่ย้อมมาต้มไฟใช้ความร้อน 100 องศา ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วนำไปหมักโคลนประมาณ 3 ชั่วโมง
4. นำผ้าที่ได้จากการตากแดดมาล้างออกด้วยน้ำสะอาดจนกระทั่งไม่มีสีตกออกมา จากนั้นนำขึ้นไปตากแดด แล้วนำมารีดไว้ใช้และบรรจุเพื่อจำหน่ายในโอกาสต่อไป
 
                                       




                                           




อัตลักษณ์/จุดเด่นของผลิตภัณฑ์
     ผ้าไหมลายลูกแก้วย้อมมะเกลือ เป็นผ้าไหมที่ได้จากการเยงเอง และทอด้วยมือของคนในกลุ่ม ผ่ายกรรมวิธีย้อมสีดำโดยใช้ผลมะเกลือ
การนำไปใช้ประโยชน์
-ตัดเย็บสวมใส่ในสไตล์สากล เช่น เสื้อ กระโปรง กางเกงฯ
-ทำเป็นเครื่องประดับ เช่น เนคไท ผ้าพันคอและกระเป๋ารูปแบบต่างๆ
-ตุ๊กตาชาวกูย ที่มีความหอมของว่านเราะหอม




2. การแซวผ้าไหมชาวกูย (แซวฮับ)
          การแซว คือ การนำเส้นไหมที่ควั่นเข้าด้วยกัน ซึ่งมีสีสันที่สวยงามนำมาแซวตะเข็บด้วยมือเป็นลวดลายบนผืนผ้า โดยมีอุปกรณ์ คือ เข็มทองและไม้ขึงผ้า ซึงเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ไม่ซ้ำกับชนชาติใด

ความเป็นมาเสื้อแซว
          ชาวกูย อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ เป็นชุมชนหนึ่งที่มีวัฒนธรรมเกี่ยวกับการแซวผ้า เป็นมรดกสืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การแซวผ้ามีมาตั้งแต่สมัย โบราณ เนื่องจากในอดีตยังไม่มีเครื่องจักร จึงใช้มือในการประดิษฐ์ เย็บและตกแต่งผ้าในการสวมใส่ เพื่อให้ได้ผ้าติดกันโดยวิธีการเย็บเป็นลวดลายต่างๆ ซึ่งลวดลายบนผืนผ้าจะเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิต ความเชื่อ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวกูย การแซวผ้านอกจากจะใช้เป็นเครื่องนุ่งห่มแล้ว ยังนำมาใช้ประกอบพีธีกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวกูย
          เสื้อแซวของชาวกูย (ชาวส่วย) เป็นลักษณะเฉพาะ ซึ่งชาวบ้านนิยมนำมาใส่กับผ้าถุง ที่เรียกว่า ผ้ากะวี ซึ่งเป็นผ้าที่ทอมาจากไหม ในการแต่งกายทั้งชุดจะประกอบด้วยผ้าถุงลายเข็น (กะวี) ที่ต่อหัวซิ่น (เอวผ้าถุง) ชายผ้าถุง (ตีนซิ่น) บางครั้งอาจมีสไบพาดบ่าด้วย





กระบวนการขั้นตอน
1.เลือกเส้นไหมที่ควั่นแล้ว ตามสีที่ต้องการแซว ร้อยเส้นไหมเข้ากับเส้นเข็มทอง



2.นำผ้าไหมายลูกแก้วย้อมมะเกลือ (ผ้าเก็บ) มาออกแบบเสื้อและตัดตามแบบที่ต้องการ
3.นำชิ้นผ้าที่ได้ในแต่ละส่วนมาประกอบกันแล้วสอดตามรูปแบบที่ต้องการ บางลายสามารถทำได้โดยไม่ต้องใส่ไม้ขึงผ้า แต่บางลายต้องใส่ไม้ขึงผ้า



4.นำกาวใส่ไม้ขึงผ้า (กลั๊ดผ้า) เพื่อยึดให้ผ้าตึงช่วยในการแซวเสื้อ ทำได้สะดวกและรวดเร็ว สวยงาม

อัตลักษณ์/จุดเด่นของผลิตภัณฑ์
     เสื้อแซว เป็นเสื้อที่ทำจากผ้าไหมลายลูกแก้วย้อมมะเกลือและนำผ้าที่ได้มาตัดเย็บในรูปแบบต่างๆ แล้วแซวตะเข็บเสื้อด้วยเส้นไหมที่ควั่นเข้าด้วยกัน ซึ่งมีสีสัน งดงาม โดยในเสื้อหนึ่งตัวจะมีลายที่แซวประมาณ 4-5 ลาย ปัจจุบันสามารถประยุกต์ดัดแปลงแซวเสื้อตามแบบที่ผู้บริโภคต้องการ และยังคงเป็นภูมิปัญญาสืบทอดจนถึงปัจจุบัน

การนำไปใช้ประโยชน์
-นำไปสวมใส่ในโอกาสต่างๆ



 


มาตรฐาน/รางวัลที่ได้รับ
1.คัดสรรผลิตภัณฑ์ OTOP ปี 2552 ได้ระดับ 4 ดาว
2.ได้รับรางวัลชมเชยอันดับ 2 ประเภทหน่วยงานภาคเอกชนการประกวดการประดับธงชาติระดับจังหวัด ประจำปี 2553
3.ได้รับรางวัลประเภทภูมิปัญญาดีเด่นระดับภาคประจำปี 2553 จากสำนักงาน กศน.

ผลสำเร็จที่เกิดขึ้น
1.บ้านใหม่ศรีสำโรง หมู่ที่ 6 ตำบลสำโรงทาบ อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ เป็นที่จักของคนทั่วไป
2.เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับบุคคลภายนอก/ชุมชนอื่นได้มาเรียนรู้และศึกษาดูงาน

แหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์
ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาชาวกูย บ้านใหม่ศรีสำโรง
บ้านเลขที่ 36 หมู่ 6 ตำบลศรีสำโรง อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์
ประธานกลุ่ม นางปราณี ดวงรัตน์
โทรศัพท์ 085-0255770, 080-1056282






สมาชิกในกลุ่ม
   1. นางสาวเสาวลักษณ์  ฉัตรทัน  55125460307
2. นางสาวหนึ่งฤทัย  นิลแก้ว   55125460318
 3. นางสาวอภิญญา  สุขเหลือ  55125460333 



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น